นักเศรษฐศาสตร์อเมริกันบอก “หัวดี” เรียนสู้ “รวย” ไม่ได้

การเรียน

จากงานวิจัยทางเศรษฐศาสตร์ ของทีมนักเศรษฐศาสตร์ชาวอเมริกัน ได้เผยแพร่ผลการศึกษา ในรายงานของสำนักงานวิจัยทางเศรษฐกิจแห่งชาติสหรัฐอเมริกา หรือ NBER กล่าวว่า ต้นทุนชีวิต ที่เป็นพันธุกรรมคุณภาพเยี่ยม ที่ทำให้มนุษย์แต่ละคนมีความฉลาด และมีความสามารถสูง มักจะกระจายตัวอยู่ในกลุ่มคนทุกหมู่เหล่า ไม่ว่าจะจนหรือว่าจะรวยก็ตาม แต่เด็กที่เกิดในครอบครัวที่มีรายได้สูง จะมีโอกาสประสบความสำเร็จ ทั้งในเรื่องการเรียน การทำงาน และการใช้ชีวิตมากกว่า

พระเจ้าได้ให้ความฉลาดแบบเท่าเทียมกัน ได้กระจายพันธุกรรมแห่งความฉลาด ไปให้กับเด็กๆในทุกชาติและชนชั้น เหมือนกับที่เราเคยสังเกตเพื่อนๆบางคน ที่ฐานะไม่ค่อยดี แต่ก็ยังเรียนเก่งเอามากๆ

การเรียน

โง่สุดในครอบครัวที่รวย จบมหาวิทยาลัยมากกว่า เก่งสุดในครอบครัวยากจน

ผลการวิจัยของ NBER ระบุว่า “จากผลสำรวจของเรา พบว่า แม้แต่เด็กที่มีความสามารถน้อยสุด ที่อยู่ในครอบครัวคนร่ำรวย ก็ยังมีโอกาสในการสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรี ในอัตราที่มากกว่า เมื่อเอาไปเทียบกับ เด็กที่มีความสามารถ และมีความฉลาดมากที่สุด ที่เกิดในครอบครัวคนยากจน”

โดยผลการวิจัยดังกล่าว ได้ทำการสำรวจ และวิเคราะห์ข้อมูลพันธุกรรม โดยใช้กลุ่มผู้ทดลองมากกว่า 1 ล้านคน ตามเก็บข้อมูลพันธุกรรมและสถานภาพทางการเงินของครอบครัว

ผลการวิจัยยังบอกอีกว่า จากการสำรวจเฉพาะเด็กที่มีพันธุกรรมหัวดีอย่างเดียวนั้น พบว่า คนที่ทางบ้านมีฐานะยากจน มีโอกาสในการเรียนจบในระดับมหาวิทยาลัย ได้ไม่ถึง 25%  และในทางกลับกัน ในกลุ่มที่มีฐานะร่ำรวย พบว่ามีเด็กเรียนจบในระดับอุดมศึกษาถึง 63%

สูญเสียทรัพยากรมนุษย์เพราะความยากจน

ซึ่งผลการศึกษาดังกล่าว ก็ทำให้เห็นถึงปัญหาของสังคมในปัจจุบัน โดยสังคมจะต้องสูญเสียผู้ที่มีความสามารถ เพียงแค่เกิดมาในฐานะยากจนไปโดยเปล่าประโยชน์ ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ และเป็นเรื่องที่น่าเสียดายทรัพยากรบุคคลเหล่านี้เป็นอย่างมาก นอกจากนี้ ทางทีมวิจัยยังได้กล่าวเสริมว่า “เราไม่มีทางรู้ได้เลยว่า สักวันเด็กที่ขาดโอกาสทางการศึกษาเหล่านี้ ในวันหนึ่งอาจจะเป็นผู้ค้นพบวิธีการรักษามะเร็งก็เป็นได้”

หันกลับมามองดูเมืองไทย ถึงแม้จะมีทุนการศึกษาอยู่มากมาย แต่เราก็รู้สึกได้ว่า เด็กๆที่หัวดี และตั้งใจเรียนหลายๆคน ต้องขาดโอกาสในการศึกษาไป เพราะในเรื่องของฐานะทางบ้านไม่เอื้ออำนวยต่อการเรียน ซึ่งก็คงต้องบอกว่าเป็นเรื่องที่น่าเสียดายเป็นอย่างมากเช่นกัน

ข้อมูลเพิ่มเติม: https://www.bbc.com