4 วิธีฝึกสมองง่าย ๆ เปลี่ยนมาเป็นคนความจำดีกันดีกว่า

4 วิธีฝึกสมองง่าย ๆ เปลี่ยนมาเป็นคนความจำดีกันดีกว่า

จากที่เคยกล่าวไว้ในบทความก่อนหน้าว่า สมองคนเราสามารถพัฒนาได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด ยิ่งใช้มากก็ยิ่งได้มาก ยิ่งจำมากก็ยิ่งเก่งมาก สำหรับใครที่ผ่านพ้นช่วงวัยเรียนไปแล้ว อาจจะไม่ค่อยมีโอกาสได้ฝึกสมองกันมากเท่าไหร่นัก วันนี้เราได้นำวิธีการดีๆในการ ฝึกและพัฒนาประสิทธิภาพการทำงานของสมอง ให้ตื่นตัวและพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆอยู่ตลอดเวลา นำมาฝากเพื่อที่จะได้ลองนำไปปฏิบัติตามกันดูนะครับ

1. อ่านหนังสือใหม่ๆ

ช่วงที่เราทำงาน เรามักจะใช้ความสามารถความรู้ที่เรียนมา นำไปใช้ทำงานเพียงอย่างเดียว แต่เราไม่ได้รับความรู้ใหม่ๆเพิ่มเข้ามาเลย ดังนั้นวิธีการที่ดีที่สุด ก็คือเรียนรู้สิ่งใหม่ๆเพิ่มเติม ถ้าคุณเบื่อจากงานที่ทำประจำวันแล้ว ก็อาจจะลองมองหาหนังสือ เรื่องราวใหม่ๆที่คุณสนใจ โดยคุณสามารถใช้เวลาว่าง ระหว่างนั่งรอคิวร้านอาหาร ระหว่างนั่งรถเมล์เดินทาง หรือในช่วงก่อนนอน เปลี่ยนจากการสไลด์หน้าจอมือถือ มาเป็นการอ่านหนังสือสักเล่ม นอกจากจะเป็นการเสริมสร้างสมอง และเป็นการเพิ่มความรู้เข้าสู่สมองแล้ว การหนังสือก่อนนอนก็ยังช่วยให้การนอนหลับของคุณมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นด้วย

2. ฝึกเรียนรู้ภาษาที่ 3

วิธีพัฒนาสมอง-เรียนภาษา

การที่จะทำให้สมองพัฒนาไปได้นั้น จะต้องมีการรับหรือเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ มีงานวิจัยของมหาวิทยาลัยในประเทศไทย รวมถึงงานวิจัยจากทางต่างประเทศ ที่ระบุตรงกันว่า การฝึกเรียนภาษาที่ 3  เป็นการทำให้สมองมีการพัฒนาดีที่สุด เส้นแขนงต่างๆจะเชื่อมโยงกัน และแผ่กว้างออกไป นอกจากนี้ยังช่วยทำให้ลดโอกาสเป็นโรคอัลไซเมอร์ได้ถึง 2 เท่าอีกด้วย

นอกจากนี้การฝึกภาษาที่ 3 เช่นภาษาญี่ปุ่น หรือภาษาจีน ก็ยังสามารถนำไปใช้หารายได้เสริมได้ ก่อนหน้าก็เคยได้ยินเรื่องน้องม.ปลาย ที่ชอบวิชาภาษาจีนมาก ชอบอ่านนิยายจีน ก็ฝึกทักษะและพัฒนามาตลอด จนถึงในช่วงตอน ม.5 ก็รับแปลภาษาจีน จนมีรายได้หลักหมื่นต่อเดือนกันเลยทีเดียว

ซึ่งปัจจุบันในการศึกษาภาษาที่ 3 เพิ่มเติม ก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย เพียงแค่คุณเปิดอินเตอร์เน็ต หาคลิปสอนภาษาดีๆ จากทาง youtube  อาจจะเริ่มเรียนจากภาษาจีน ภาษาญี่ปุ่น ภาษาเกาหลี โดยตั้งเป้าหมายไว้ง่ายๆ อย่างเช่นถ้าคุณเป็นคนชอบดูซีรีย์เกาหลี ก็เรียนภาษาเกาหลีเพิ่ม เพื่อที่จะได้เรียนรู้คำศัพท์ และดูหนังสนุกขึ้น ถ้าคุณเป็นคนชอบอ่านหนังสือการ์ตูน คุณก็อาจจะเรียนภาษาญี่ปุ่น โดยเน้นคำศัพท์ที่ใช้กันในชีวิตประจำวัน เท่านี้ก็จะทำให้การเรียนรู้เป็นไปอย่างสนุก อีกทั้งยังช่วยให้สมองและพัฒนาตลอดเวลาด้วย

3. ดนตรีพัฒนาสมอง

ถ้าคุณไม่ชอบการอ่านหนังสือ และไม่อยากจะเรียนภาษาที่ 3  หรือท่องศัพท์อะไรให้วุ่นวาย การฝึกเล่นเครื่องดนตรี ก็จะช่วยพัฒนาสมอง ได้ไม่น้อยกว่า 2 อันดับแรกเลย

ลองนึกถึงนักกีต้าร์ที่อายุมากหน่อยดูสักคนดีกว่า อย่างเช่น Eric Clapton, BB King, Albert Lee, Steve Vai ที่กล่าวมานี้ เป็นนักดนตรีที่มีอายุอยู่ในช่วง 58-75 ทั้งนั้น

ซึ่งแต่ละคนก็ยังสามารถทำโน๊ตกีต้าร์ โซโล่กีต้าร์ เพลงต่างๆ ได้อย่างไม่ผิดเพี้ยน และถึงแม้ว่าจะมีอายุเยอะแล้ว แต่การพูดจาก็ไม่มีหลงหลงลืมลืม หรือพูดจาเรื่อยเปื่อยแต่อย่างใดเลย ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ยืนยันได้เป็นอย่างดีว่าการเล่นดนตรีก็จะช่วยทำให้ สมองมีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา เป็นคนความจำดี และสามารถเรียนรู้อะไรใหม่ๆได้อย่างรวดเร็ว

4. ฝึกโยคะ/ฝึกสมาธิ

วิธีพัฒนาสมอง-โยคะ

เคยมีฝรั่ง ที่อยากทราบผลของการทำสมาธิ ว่ามีผลอย่างไรต่อสมองของมนุษย์บ้าง ก็เลยได้เชิญพระสงฆ์ ที่ปฏิบัติกรรมฐานมาอย่างยาวนาน ทั้งจากประเทศไทย ประเทศอินเดีย เพื่อเข้าร่วมการศึกษา มีการสแกนสมอง ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ของฝรั่ง ก็ถึงกับตกใจเลยว่า เซลล์สมอง มีการแตก และแผ่ขยายออกไป ในระดับที่สูงมาก (อ่านเพิ่มจาก Pantip.com) การศึกษานี้ก็ได้มีการเผยแพร่ออกไปทางฝั่งยุโรป และเริ่มมีการหันมานั่งสมาธิกันมากขึ้น จะสังเกตได้ว่าปัจจุบันจะมีฝรั่งเข้ามาที่ประเทศไทย บางคนก็มาศึกษาพระธรรม และฝึกนั่งสมาธิกันที่ประเทศไทยก็มี

โยคะ เป็นกีฬา และเป็นการออกกำลังกาย ที่มีการเพ่งสมาธิไปยังลมหายใจ มีการกำหนดลมหายใจเข้าออก คล้ายกับการทำสมาธิ รวมถึงยังช่วยทำให้สุขภาพแข็งแรง เลือดลมเดินดี ซึ่งถ้าใครไม่ชอบนั่งสมาธิ ก็อาจจะลองฝึกโยคะดูก็ได้เช่นกัน ซึ่งก็เป็นวิธีช่วยพัฒนาสมองให้ดีขึ้นไม่แพ้กันเลย