นักเศรษฐศาสตร์อเมริกันบอก “หัวดี” เรียนสู้ “รวย” ไม่ได้

จากงานวิจัยทางเศรษฐศาสตร์ ของทีมนักเศรษฐศาสตร์ชาวอเมริกัน ได้เผยแพร่ผลการศึกษา ในรายงานของสำนักงานวิจัยทางเศรษฐกิจแห่งชาติสหรัฐอเมริกา หรือ NBER กล่าวว่า ต้นทุนชีวิต ที่เป็นพันธุกรรมคุณภาพเยี่ยม ที่ทำให้มนุษย์แต่ละคนมีความฉลาด และมีความสามารถสูง มักจะกระจายตัวอยู่ในกลุ่มคนทุกหมู่เหล่า ไม่ว่าจะจนหรือว่าจะรวยก็ตาม แต่เด็กที่เกิดในครอบครัวที่มีรายได้สูง จะมีโอกาสประสบความสำเร็จ ทั้งในเรื่องการเรียน การทำงาน และการใช้ชีวิตมากกว่า

พระเจ้าได้ให้ความฉลาดแบบเท่าเทียมกัน ได้กระจายพันธุกรรมแห่งความฉลาด ไปให้กับเด็กๆในทุกชาติและชนชั้น เหมือนกับที่เราเคยสังเกตเพื่อนๆบางคน ที่ฐานะไม่ค่อยดี แต่ก็ยังเรียนเก่งเอามากๆ

การเรียน

โง่สุดในครอบครัวที่รวย จบมหาวิทยาลัยมากกว่า เก่งสุดในครอบครัวยากจน

ผลการวิจัยของ NBER ระบุว่า “จากผลสำรวจของเรา พบว่า แม้แต่เด็กที่มีความสามารถน้อยสุด ที่อยู่ในครอบครัวคนร่ำรวย ก็ยังมีโอกาสในการสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรี ในอัตราที่มากกว่า เมื่อเอาไปเทียบกับ เด็กที่มีความสามารถ และมีความฉลาดมากที่สุด ที่เกิดในครอบครัวคนยากจน”

โดยผลการวิจัยดังกล่าว ได้ทำการสำรวจ และวิเคราะห์ข้อมูลพันธุกรรม โดยใช้กลุ่มผู้ทดลองมากกว่า 1 ล้านคน ตามเก็บข้อมูลพันธุกรรมและสถานภาพทางการเงินของครอบครัว

ผลการวิจัยยังบอกอีกว่า จากการสำรวจเฉพาะเด็กที่มีพันธุกรรมหัวดีอย่างเดียวนั้น พบว่า คนที่ทางบ้านมีฐานะยากจน มีโอกาสในการเรียนจบในระดับมหาวิทยาลัย ได้ไม่ถึง 25%  และในทางกลับกัน ในกลุ่มที่มีฐานะร่ำรวย พบว่ามีเด็กเรียนจบในระดับอุดมศึกษาถึง 63%

สูญเสียทรัพยากรมนุษย์เพราะความยากจน

ซึ่งผลการศึกษาดังกล่าว ก็ทำให้เห็นถึงปัญหาของสังคมในปัจจุบัน โดยสังคมจะต้องสูญเสียผู้ที่มีความสามารถ เพียงแค่เกิดมาในฐานะยากจนไปโดยเปล่าประโยชน์ ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ และเป็นเรื่องที่น่าเสียดายทรัพยากรบุคคลเหล่านี้เป็นอย่างมาก นอกจากนี้ ทางทีมวิจัยยังได้กล่าวเสริมว่า “เราไม่มีทางรู้ได้เลยว่า สักวันเด็กที่ขาดโอกาสทางการศึกษาเหล่านี้ ในวันหนึ่งอาจจะเป็นผู้ค้นพบวิธีการรักษามะเร็งก็เป็นได้”

หันกลับมามองดูเมืองไทย ถึงแม้จะมีทุนการศึกษาอยู่มากมาย แต่เราก็รู้สึกได้ว่า เด็กๆที่หัวดี และตั้งใจเรียนหลายๆคน ต้องขาดโอกาสในการศึกษาไป เพราะในเรื่องของฐานะทางบ้านไม่เอื้ออำนวยต่อการเรียน ซึ่งก็คงต้องบอกว่าเป็นเรื่องที่น่าเสียดายเป็นอย่างมากเช่นกัน

ข้อมูลเพิ่มเติม: https://www.bbc.com

4 วิธีฝึกสมองง่าย ๆ เปลี่ยนมาเป็นคนความจำดีกันดีกว่า

จากที่เคยกล่าวไว้ในบทความก่อนหน้าว่า สมองคนเราสามารถพัฒนาได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด ยิ่งใช้มากก็ยิ่งได้มาก ยิ่งจำมากก็ยิ่งเก่งมาก สำหรับใครที่ผ่านพ้นช่วงวัยเรียนไปแล้ว อาจจะไม่ค่อยมีโอกาสได้ฝึกสมองกันมากเท่าไหร่นัก วันนี้เราได้นำวิธีการดีๆในการ ฝึกและพัฒนาประสิทธิภาพการทำงานของสมอง ให้ตื่นตัวและพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆอยู่ตลอดเวลา นำมาฝากเพื่อที่จะได้ลองนำไปปฏิบัติตามกันดูนะครับ

1. อ่านหนังสือใหม่ๆ

ช่วงที่เราทำงาน เรามักจะใช้ความสามารถความรู้ที่เรียนมา นำไปใช้ทำงานเพียงอย่างเดียว แต่เราไม่ได้รับความรู้ใหม่ๆเพิ่มเข้ามาเลย ดังนั้นวิธีการที่ดีที่สุด ก็คือเรียนรู้สิ่งใหม่ๆเพิ่มเติม ถ้าคุณเบื่อจากงานที่ทำประจำวันแล้ว ก็อาจจะลองมองหาหนังสือ เรื่องราวใหม่ๆที่คุณสนใจ โดยคุณสามารถใช้เวลาว่าง ระหว่างนั่งรอคิวร้านอาหาร ระหว่างนั่งรถเมล์เดินทาง หรือในช่วงก่อนนอน เปลี่ยนจากการสไลด์หน้าจอมือถือ มาเป็นการอ่านหนังสือสักเล่ม นอกจากจะเป็นการเสริมสร้างสมอง และเป็นการเพิ่มความรู้เข้าสู่สมองแล้ว การหนังสือก่อนนอนก็ยังช่วยให้การนอนหลับของคุณมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นด้วย

2. ฝึกเรียนรู้ภาษาที่ 3

วิธีพัฒนาสมอง-เรียนภาษา

การที่จะทำให้สมองพัฒนาไปได้นั้น จะต้องมีการรับหรือเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ มีงานวิจัยของมหาวิทยาลัยในประเทศไทย รวมถึงงานวิจัยจากทางต่างประเทศ ที่ระบุตรงกันว่า การฝึกเรียนภาษาที่ 3  เป็นการทำให้สมองมีการพัฒนาดีที่สุด เส้นแขนงต่างๆจะเชื่อมโยงกัน และแผ่กว้างออกไป นอกจากนี้ยังช่วยทำให้ลดโอกาสเป็นโรคอัลไซเมอร์ได้ถึง 2 เท่าอีกด้วย

นอกจากนี้การฝึกภาษาที่ 3 เช่นภาษาญี่ปุ่น หรือภาษาจีน ก็ยังสามารถนำไปใช้หารายได้เสริมได้ ก่อนหน้าก็เคยได้ยินเรื่องน้องม.ปลาย ที่ชอบวิชาภาษาจีนมาก ชอบอ่านนิยายจีน ก็ฝึกทักษะและพัฒนามาตลอด จนถึงในช่วงตอน ม.5 ก็รับแปลภาษาจีน จนมีรายได้หลักหมื่นต่อเดือนกันเลยทีเดียว

ซึ่งปัจจุบันในการศึกษาภาษาที่ 3 เพิ่มเติม ก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย เพียงแค่คุณเปิดอินเตอร์เน็ต หาคลิปสอนภาษาดีๆ จากทาง youtube  อาจจะเริ่มเรียนจากภาษาจีน ภาษาญี่ปุ่น ภาษาเกาหลี โดยตั้งเป้าหมายไว้ง่ายๆ อย่างเช่นถ้าคุณเป็นคนชอบดูซีรีย์เกาหลี ก็เรียนภาษาเกาหลีเพิ่ม เพื่อที่จะได้เรียนรู้คำศัพท์ และดูหนังสนุกขึ้น ถ้าคุณเป็นคนชอบอ่านหนังสือการ์ตูน คุณก็อาจจะเรียนภาษาญี่ปุ่น โดยเน้นคำศัพท์ที่ใช้กันในชีวิตประจำวัน เท่านี้ก็จะทำให้การเรียนรู้เป็นไปอย่างสนุก อีกทั้งยังช่วยให้สมองและพัฒนาตลอดเวลาด้วย

3. ดนตรีพัฒนาสมอง

ถ้าคุณไม่ชอบการอ่านหนังสือ และไม่อยากจะเรียนภาษาที่ 3  หรือท่องศัพท์อะไรให้วุ่นวาย การฝึกเล่นเครื่องดนตรี ก็จะช่วยพัฒนาสมอง ได้ไม่น้อยกว่า 2 อันดับแรกเลย

ลองนึกถึงนักกีต้าร์ที่อายุมากหน่อยดูสักคนดีกว่า อย่างเช่น Eric Clapton, BB King, Albert Lee, Steve Vai ที่กล่าวมานี้ เป็นนักดนตรีที่มีอายุอยู่ในช่วง 58-75 ทั้งนั้น

ซึ่งแต่ละคนก็ยังสามารถทำโน๊ตกีต้าร์ โซโล่กีต้าร์ เพลงต่างๆ ได้อย่างไม่ผิดเพี้ยน และถึงแม้ว่าจะมีอายุเยอะแล้ว แต่การพูดจาก็ไม่มีหลงหลงลืมลืม หรือพูดจาเรื่อยเปื่อยแต่อย่างใดเลย ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ยืนยันได้เป็นอย่างดีว่าการเล่นดนตรีก็จะช่วยทำให้ สมองมีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา เป็นคนความจำดี และสามารถเรียนรู้อะไรใหม่ๆได้อย่างรวดเร็ว

4. ฝึกโยคะ/ฝึกสมาธิ

วิธีพัฒนาสมอง-โยคะ

เคยมีฝรั่ง ที่อยากทราบผลของการทำสมาธิ ว่ามีผลอย่างไรต่อสมองของมนุษย์บ้าง ก็เลยได้เชิญพระสงฆ์ ที่ปฏิบัติกรรมฐานมาอย่างยาวนาน ทั้งจากประเทศไทย ประเทศอินเดีย เพื่อเข้าร่วมการศึกษา มีการสแกนสมอง ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ของฝรั่ง ก็ถึงกับตกใจเลยว่า เซลล์สมอง มีการแตก และแผ่ขยายออกไป ในระดับที่สูงมาก (อ่านเพิ่มจาก Pantip.com) การศึกษานี้ก็ได้มีการเผยแพร่ออกไปทางฝั่งยุโรป และเริ่มมีการหันมานั่งสมาธิกันมากขึ้น จะสังเกตได้ว่าปัจจุบันจะมีฝรั่งเข้ามาที่ประเทศไทย บางคนก็มาศึกษาพระธรรม และฝึกนั่งสมาธิกันที่ประเทศไทยก็มี

โยคะ เป็นกีฬา และเป็นการออกกำลังกาย ที่มีการเพ่งสมาธิไปยังลมหายใจ มีการกำหนดลมหายใจเข้าออก คล้ายกับการทำสมาธิ รวมถึงยังช่วยทำให้สุขภาพแข็งแรง เลือดลมเดินดี ซึ่งถ้าใครไม่ชอบนั่งสมาธิ ก็อาจจะลองฝึกโยคะดูก็ได้เช่นกัน ซึ่งก็เป็นวิธีช่วยพัฒนาสมองให้ดีขึ้นไม่แพ้กันเลย

 

โง่ได้ก็ฉลาดได้ สมอง สิ่งมหัศจรรย์ที่พัฒนาได้ตลอดเวลา

รู้จักกับการทำงานของ “สมอง” ยิ่งใช้ยิ่งพัฒนา

บางครั้งที่เวลาเราทำงานติดต่อกันเป็นเวลานานๆ หรือต้องอ่านหนังสือต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาจจะรู้สึกว่าเราเพลียสมอง เหนื่อยและเมื่อยล้าไปหมด เลยทำให้เกิดคิดไปว่า สมองเราต้องพักบ้าง แต่จริงๆแล้วมีงานวิจัยจากภาคจิตเวชศาสตร์ คณะแพทย์ศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี โดยเผยว่า จริงๆแล้วสมองของเรา ไม่ได้รู้จักเหนื่อย เหมือนกับที่เราคิดหรอก ส่วนมากแล้วการที่ต้องใช้สมองเป็นเวลานาน แล้วเรารู้สึกเพลียนั้นก็เพราะว่า เกิดจากความเบื่อ ความเหนื่อยล้าทางใจมากกว่า

“คุณลองนึกถึงตอนที่คุณนั่งเล่นเกมทั้งวันดูสิ คุณคิดว่าสมองต้องใช้งานไหม แต่ทำไมไม่รู้สึกว่าเพลียสมองเลย จริงไหมล่ะครับ”

สมอง พัฒนาได้ตลอดเวลา

สมองพัฒนาได้อย่างไม่หยุดยั้ง

หลายคนอาจจะเกิดมาหัวไม่ค่อยดี สอบวัดไอคิวทีไร ก็ไม่เคยเกิน 100 กับเขา ก็เลยได้แต่คิดว่าเราหัวไม่ดี และไม่เลือกทาง หรือเรื่องงานที่ต้องใช้สมองทำงาน ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิดอย่างมาก

สมองคนเราสามารถพัฒนา ได้อยู่ตลอดเวลา โดยนักวิทยาศาสตร์เขาก็ได้ค้นพบและได้ฟันธงกันไว้แล้วว่า สมองคนเรา สามารถสร้างเซลล์สมองขึ้นใหม่ได้อยู่ตลอดเวลา และตลอดช่วงอายุขัย โดยสมองที่มีการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆอยู่ตลอดเวลา และต่อเนื่อง ก็จะมีการสร้างแขนง เชื่อมโยงระหว่างเซลล์สมอง เพิ่มขึ้นและแผ่ขยายออกไปเรื่อย ๆ แล้วมันดียังไงน่ะหรอ? เมื่อเซลล์สมองมีการพัฒนาอยู่ตลอด และมีจำนวนมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งทำให้ความสามารถในการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ รวมทั้งความสามารถในการจดจำ เพิ่มขึ้นมากเท่านั้น

4 เคล็ดลับ ฝึกสมองง่ายๆ เปลี่ยนคนขี้ลืมเป็นจำแม่น

ดังนั้นแล้วสำหรับคนที่บอกว่าตัวเองสมองไม่ดี และไม่พยายามฝึกที่จะใช้มัน ก็จะยิ่งทำให้สมองฝ่อ เรียนรู้อะไรใหม่ๆก็ช้า ซึ่งอันนี้แหละที่จะทำให้เป็นคนสมองทึบอย่างแท้จริง

นึกถึงเพื่อนตอนเด็ก ๆ ดูสิ

ถ้าคุณอยู่ในระดับมหาวิทยาลัยหรือเข้าสู่วัยทำงานแล้ว ลองนึกถึงเพื่อนสมัยประถมสักหนึ่งคน ที่หัวไม่ค่อยจะดี เรียนก็อยู่ระดับกลางๆหรือไปปลายแถว แต่เป็นคนตั้งใจเรียน ตั้งใจทำการบ้าน ซึ่งถ้าคุณยังติดต่อหรือว่ายังรับรู้เรื่องราวของเขาอยู่ เชื่อว่าคุณอาจจะต้องสงสัย ว่าคนที่เคยหัวไม่ดี ทำไมถึงได้เรียนจบและทำงานในที่ดีๆ อยู่ๆก็พูดภาษาอังกฤษปร๋อ.. ซึ่งเพื่อนแบบนี้ ผมว่าพวกคุณต้องมีกันบ้างแหละน่า

ซึ่งนี่ก็เป็นสิ่งที่อธิบายได้เป็นอย่างดี ว่าสมองสามารถพัฒนาไปได้ อย่างไม่มีที่สิ้นสุด ถึงวันนี้เราจะสมองไม่ดี แต่ถ้ายังพยายามที่จะเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ให้เวลาและให้ความพยายามกับการศึกษาสิ่งใหม่ๆอยู่เสมอ ไม่ได้จำกัดเฉพาะเรื่องเรียนเท่านั้น การศึกษาศาสตร์แขนงอื่นๆ เช่นดนตรี ศิลปะ ก็จะทำให้สมองได้พัฒนาเช่นกัน โดยที่ไม่ต้องหาอาหารบำรุงสมองที่ไหนมากินเลยด้วยซ้ำไป

เริ่มเอาจริง.. กระทรวงศึกษาบูรณาการภาษาอังกฤษให้กับครูประถมและมัธยม

เริ่มเอาจริง.. กระทรวงศึกษาบูรณาการภาษาอังกฤษให้กับครูประถมและมัธยม

ประเทศไทยถือว่ามีการพัฒนาทางด้านภาษาอังกฤษน้อยกว่าประเทศอื่นๆในอาเซียน อย่างเห็นได้ชัด โดยขณะนี้ทางด้านการศึกษาและมูลค่าของประชากรในประเทศในเขตอาเซียน ไทยถือว่าอยู่ในอันดับล่างๆ ด้อยกว่า เวียดนาม และสิงคโปร์ อยู่พอสมควรเลย

ส่วนหนึ่งอาจจะเพราะ การให้ความสำคัญกับครู ยังไม่มากเท่าที่ควร งบประมาณที่ลงไปสู่ระบบการศึกษายังมีน้อย ทำให้คนที่เรียนมาเก่งๆไม่ค่อยมีใครอยากจะมาเป็นครูกันสักเท่าไหร่ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับประเทศสิงคโปร์ ที่มีอัตราเงินเดือนของครูอยู่ที่ประมาณ 50,000 120,000 บาทแล้ว ทำให้แค่หลับตามองก็ยังนึกภาพออกได้ว่าระบบการศึกษาของไทยจะเป็นไปในทิศทางใด ใช่ไหมครับ

จากการประเมินทักษะภาษาอังกฤษของครูผู้สอนวิชาภาษาอังกฤษ ในระดับประถมและมัธยมศึกษาทั่วประเทศไทย ก็พบความจริงอันน่าตกใจว่า กว่าจะ 15 เปอร์เซ็นต์ของครูผู้สอนวิชาภาษาอังกฤษ มีทักษะตามมาตรฐานการประเมินความสามารถทางภาษา หรือ CEFR-Common European Framework of Reference for Languages อยู่ในระดับ A2  และต่ำกว่า ซึ่งถ้าเทียบกับการสอบไอเอลส์ จะอยู่แค่ระดับ 3.5-4 จาก 9 ระดับเท่านั้นเอง

ที่สำคัญ คือวิธีการสอนภาษาอังกฤษให้กับนักเรียน ส่วนใหญ่จะเป็นวิธีการสอนแบบท่องจำ สอนไวยากรณ์มากกว่าการใช้จริง ทำให้เด็กๆที่เรียนไปไม่สามารถใช้ภาษาอังกฤษเพื่อสื่อสารกับชาวต่างชาติได้จริง

กระทรวงศึกษาธิการจับมือ บริติชเคานซิล

Screenshot_116

กระทรวงศึกษาธิการเริ่มเล็งเห็นว่าจะต้องมีการปรับปรุง และยกระดับความสามารถภาษาอังกฤษของครูโดยเร็ว จึงได้ร่วมกับบริติชเคานซิล เพื่อยกระดับของครูสอนภาษาอังกฤษในระดับประถมและมัธยม โดยมีการจัดตั้งศูนย์พัฒนาครูภาษาอังกฤษระดับภูมิภาคขึ้น เพื่อพัฒนาการสอนภาษาอังกฤษ ในรูปแบบใหม่ มีการใช้ภาษาอังกฤษในการเรียนการสอนมากขึ้น

แอพเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเองแบบเจ๋งๆ

“นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้อธิบายว่า การยกระดับทักษะภาษาอังกฤษ และวิธีการสอนภาษาอังกฤษ ตั้งแต่ระดับประถมถึงมัธยม เป็นการแก้ปัญหาตั้งแต่ต้นเหตุ ที่จะต้องได้รับการพัฒนาโดยเร่งด่วน เนื่องจากในทุกวันนี้ เด็กไทยเรียนภาษาอังกฤษกันมาก แต่กลับมีคนที่ใช้ภาษาอังกฤษสื่อสารได้จริงน้อย และนั่นก็คืออุปสรรคสำคัญที่ทำให้เด็กไทยไม่สามารถเติบโตในเวทีระดับโลกได้

โดยโครงการจัดตั้งศูนย์พัฒนาครูภาษาอังกฤษระดับภูมิภาค ได้เริ่มทำการมาตั้งแต่ปี 2554  ในปัจจุบันมีครูภาษาอังกฤษมากกว่า 17,000 คน เข้ารับการอบรมและพัฒนาเทคนิคการเรียนการสอน

ทั้งนี้ เราก็ขอเป็นกำลังใจ และหวังว่าทางรัฐบาลในวันข้างหน้า จะให้ความสำคัญกับคุณครู มีแรงจูงใจให้คนเก่ง ๆ อยากเข้ามาเป็นครูกันมากขึ้น ให้ความสำคัญกับการเรียนภาษา โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ ที่จะทำให้เด็กๆสามารถเพิ่มขีดความสามารถในการเรียนรู้ สามารถค้นคว้าข้อมูลที่เป็นภาษาอังกฤษได้ เพื่อที่เราจะได้ก้าวทันเพื่อนบ้านเสียที

ref: britishcouncil.or.th

แอพเรียนพูดภาษาอังกฤษที่กำลังมาแรงที่สุดในยุคนี้

เราได้เรียนวิชาภาษาอังกฤษมากันตั้งแต่เด็กๆ แต่ท้ายที่สุดแล้วก็ยังไม่ค่อยจะก้าวหน้าสักเท่าไหร่ เจอฝรั่งหัวทองเราก็ต้องเดินนี้อยู่ตามเคย ถ้าคุณเคยมีอาการอย่างนี้ บอกเลยว่าวิธีแก้มีอยู่แค่ทางเดียว อยากจะฝึกภาษาอังกฤษให้เก่งเก่ง ก็ต้องพยายามพูดภาษาอังกฤษให้มากๆ แต่จะเป็นไปได้อย่างไร ในเมื่อบ้านเราก็มีแต่คนไทย แล้วจะพูดภาษาอังกฤษกับใครได้กัน

ไม่ต้องห่วงซาร่า วันนี้จอร์จมีตัวช่วยดีๆมาแนะนำ ตามไปดูกันเลยดีกว่า

Screenshot_114

App ฝึกภาษาอังกฤษที่กำลังมาแรงและน่าสนใจตัวนี้ มีชื่อว่า app Speak โดยเมื่อเข้าสู่ Application เป็นครั้งแรก  App จะส่ง Bot  มาคุยภาษาอังกฤษกับเรา เพื่อแนะนำวิธีการใช้ App ให้กับเรา ซึ่งในขั้นตอนนี้เราจะต้องพูดภาษาอังกฤษโต้ตอบ จนจบขั้นตอนแรกถึงจะสามารถเข้าสู่บทเรียนได้ เป็นอย่างไรกันบ้างล่ะ แค่คิดก็น่าสนใจแล้วล่ะสิ

โดยบอทที่เราจะต้องเจอกันไปจนเลิกเรียนอังกฤษ และจะต้องคุยด้วยอยู่ตลอดคนนี้ มีชื่อว่า “carl” โดยเมื่อเราเริ่มเรียนใน Application  ก็จะมีเลเวลให้เราฝึกฝน ตั้งแต่เลเวล 1 ถึงเลเวล 5  เราก็จะได้ฝึกบทสนทนา แล้วพูดภาษาอังกฤษในสถานการณ์ที่ต่างๆกันไป และสำหรับคนที่ใจร้อน ก็ไม่ต้องห่วงไปเพราะว่า  Application ตัวนี้มีระบบให้เราสามารถกดข้าม Level นั้น ๆไปได้ ถ้าเกิดรู้สึกว่า ทักษะการพูดภาษาอังกฤษเราเหนือกว่า Level นั้นไปแล้ว

เมื่อเริ่มสนทนา ในบทสนทนาก็จะมีตัวละครต่างๆโผล่ขึ้นมา พร้อมทั้งบทสนทนาที่จะต้องพูด ซึ่งก็จะมีตั้งแต่เรื่องพื้นฐานที่ต้องใช้กันอยู่ในชีวิตประจำวัน เรื่องในครัว ชื่ออาหาร การสั่งอาหาร โดยตัว Application จะทำการประมวลผล ว่าประโยคที่เราพูดไปนั้น มีความถูกต้องมากน้อยแค่ไหน ถ้าสำเนียงภาษาอังกฤษของคุณเป๊ะ  App ก็จะโชว์เป็นสีเขียว แสดงว่าคุณมาถูกทางแล้ว แต่ถ้าคุณพูดผิดแล้วก็ เจ้าตัวนั้นก็จะขึ้นเป็นสีส้ม ส่วนถ้าผิดมาก ก็จะเป็นหน้าแดงๆเลย

ในการเรียนรู้บทสนทนาเราสามารถกดบันทึกพูดใหม่ได้อยู่เรื่อยๆ ๆและยังสามารถกด Replay ฟังประโยคที่เราพูดไปแล้วได้ ส่วนในเรื่องคำศัพท์ถ้าไม่รู้คำไหนก็สามารถกดดูคำศัพท์ เพื่อดูความหมายแปลว่าอะไร โดยทาง Application จะเชื่อมต่อกับ App Google Translate เอาไว้ด้วย

Application Speak (Practice Your English) นี้เหมาะกับใคร

 

Screenshot_115

1. สำหรับเด็กๆ ที่เริ่มเรียนภาษาอังกฤษ คุณสามารถโหลดแอปพลิเคชันให้ลูกๆเล่น ตัว App จะมีลักษณะคล้ายกับเกมก็คือมีการผ่านด่านและมีการเอาชนะ จะทำให้เด็กๆชอบ ช่วยฝึกสมอง และเป็นการฝึกภาษาอังกฤษแบบไม่น่าเบื่อ และทำให้สกิลภาษาอังกฤษของเด็กๆพัฒนาได้เร็วมาก

2. ผู้ใหญ่ก็ฝึกได้นะ อย่างที่ทราบกันดีว่าภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่มีความสำคัญมาก เราไม่รู้เลยว่าวันข้างหน้าเราจะต้องใช้ภาษาอังกฤษเมื่อไร เรามักจะกลัวกับภาษาอังกฤษ เห็นประโยคภาษาอังกฤษก็ขี้เกียจอ่านแล้ว การใช้แอพพลิเคชั่นเพื่อฝึกทักษะภาษาอังกฤษ โดยการเรียนรู้จากประโยคสนทนาก่อน จะทำให้พื้นฐานภาษาอังกฤษของคุณแน่นขึ้น และสามารถพัฒนาต่อได้ง่าย

credit: แบไต๋